"เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน..."
 
นั่นคือคำจำกัดความของหนังเรื่องนี้
 
 
 
Pieta เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า "ความสงสาร"
 
เท่ากับคำว่า Pity ในภาษาอังกฤษ
 
 
 
คนส่วนใหญ่รู้จักคำว่า Pieta จากชื่อรูปปั้นอันโด่งดังของมิเกลันเจโล่ เป็นรูปพระแม่มารีอุ้มพระศพพระเยซูหลังถูกตรึงกางเขน
 
 
 
 
 
ในเทศกาลภาพยนตร์เวนิซครั้งที่ 69 ที่ผ่านมา "Pieta" ภาพยนตร์เรื่องใหม่จากแกะดำของเกาหลี คิม คี ด็อค ได้ผงาดขึ้นรับรางวัลสิงโตทองคำ (Golden Lion) ตัดหน้าหนังตัวเก็งอย่าง The Master ถือเป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่ได้รางวัลนี้
 
 
 
 
 
 
ว่ากันถึงหนังคิมคีด็อค ก็ต้องบอกตามตรงว่าย่อยยากเหลือแสน ข้าเจ้าดูหนังของเขามาก็หลายเรื่อง แต่มีประทับใจจนถึงขั้นชอบและดูซ้ำได้อยู่เรื่องเดียวคือ Shigan หรือ Time พล็อตเรื่องนี้ว่าด้วยการเสพติดศัลยกรรม มันช่างเข้ากับโลกปัจจุบัน แถมจบด้วยความสะเทือนใจจนลืมไม่ลง
 
 
หนังของลุงคิมแกจะออกแนวทำร้ายจิตใจ ลงลึกถึงจิตวิญญาณ อารมณ์เหมือนดูด้านมืดของหนังหว่องกาไว    แต่ละเรื่องจะมีฉากขาย หรือฉากชวนช็อคที่ให้คนพูดถึงกัน
 
 
ใน Pieta ฉากที่คนพูดถึงมากที่สุด คงหนีไม่พ้นฉากที่ชายหนุ่มจะกระทำการล่วงละเมิดหญิงวัยกลางคน ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น "แม่" ของเขา !
 
 
 
 
ดูจากโปสเตอร์แล้ว หนังคงไม่ได้เอามาแค่ชื่อประติมากรรม
 
หนังว่าด้วยเรื่องของลีคังโด ชายวัย 30 ที่มีอาชีพเป็นนักทวงหนี้ให้กับบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องดอกเบี้ยโหดเหลือแสน ยืมพันจ่ายหมื่น เรียกว่าดอกเบี้ยทบทวีคูณเป็นห้าเท่าสิบเท่า ส่งผลให้คนที่ยืมไป (ซึ่งก็จนบัดซบอยู่แล้ว) ไม่มีปัญญาจ่าย ลีคังโด ชายหนุ่มที่อยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่จำความได้ ไร้ซึ่งพ่อและแม่คอยอบรม ไร้ซึ่งหัวใจและจริยธรรมความเป็นมนุษย์ จะทำการทวงหนี้ด้วยวิธีการสุดโหด ถ้าจ่ายด้วยเงินไม่ได้ เขาก็จะทำให้ลูกหนี้ของเขาพิการเพื่อเอาเงินประกันมาจ่ายแทน
 
 
 
 
มีดที่ปักอยู่บนภาพวาดหญิงสาวนางหนึ่ง ถูกแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน ทุกเช้าก่อนจะออกจากบ้านไปทวงหนี้ เขาจะดึงมีดเล่มเดิมขึ้นมา และปาไปที่ภาพวาดใบนั้น เพื่อระบายความเคียดแค้นและชอกช้ำที่มีต่อบุพการี
 
 
ชีวิตของลีคังโดดำเนินมาแบบนั้น จนกระทั่งมีหญิงวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้น เธออ้างว่าเธอคือแม่ของเขาที่ทิ้งเขาไปตั้งแต่เด็ก และเธอขอโทษ ยอมรับผิดทุกอย่าง
 
 
 
 
ลีคังโดไม่เชื่อในทีแรก และพยายามที่จะต่อต้าน แต่หญิงผู้นั้นก็ยังคงคอยตามเขาด้วยใบหน้าเศร้าหมอง เรื่องถึงจุดปะทุเมื่อลีคังโดพยายามที่จะละเมิดทางเพศเธอเพื่อคาดคั้นให้เธอสารภาพว่าไม่ใช่แม่เขา หากแต่หญิงสาวได้แต่ร้องไห้
 
 
สุดท้ายลีคังโดก็เปิดใจยอมรับ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มติดแม่ ความโหยหาในวัยเด็กกลับคืนมา (หนึ่งในปมอีดิปุสที่เด็กๆมักเป็นกัน ถ้าเป็นเด็กผู้ชายจะติดแม่ เด็กผู้หญิงจะติดพ่อ) เขามีความสุขกับชีวิตอย่างที่เขาไม่เคยมี แม่บอกให้เขาปลูกต้นไม้หนึ่งต้น เพื่อที่วันหนึ่งถ้าแม่ตายไปให้นำเธอมาฝังไว้ที่นี่
 
ลีคังโดเฝ้าถามถึงเรื่องราวในอดีต แม่ทำอะไรก่อนจะมาพบเขา เขามีญาติพี่น้องไหม หากแต่มีเพียงน้ำตาที่ไหลรินแทนคำตอบของแม่ สองมือเอาแต่ถักไหมพรม
 
 
 
 
หลังจากนั้นลีคังโดก็เริ่มเปลี่ยนไป  เขาอ่อนโยนขึ้น เห็นคุณค่าของชีวิตเพื่อนร่วมโลกมากขึ้น เมื่อเขากลับมาบ้านในวันหนึ่ง แม่พูดกับเขาว่า
 
 
"เงิน...จุดเริ่มต้นและจุดจบของทุกสิ่ง ความรัก ศักดิ์ศรี ความรุนแรง ความโกรธ ความเกลียด ความอิจฉา การแก้แค้น ...ความตาย"
 
 
นั่นทำให้เขาฉุกคิด
 
วันที่เขาช่วยแม่หลังจากถูกลูกหนี้พิการของเขาจับเป็นตัวประกัน นั่นทำให้เขาตัดสินใจวางมือจากงานที่ทำ
 
 
 
"วันนี้วันเกิดลูก ไปซื้อเค้กมาซะ" ลีคังโดไม่เคยรู้จักวันเกิดตัวเอง
"งั้นนั่นก็เสื้อผมสิ" ลีคังโดคว้าเสื้อไหมพรมที่แม่เค้าเฝ้าเพียงถักอยู่ตลอดเวลามาดูด้วยความดีใจ หากแต่หญิงสาวกลับรีบคว้าคืนไปด้วยสีหน้าโกรธขึ้ง
 
 
... ผมอยู่คนเดียวต่อไปไม่เป็นแล้ว ผมกลัวเหลือเกินว่าสักวัน...แม่จะหายไป
 
 
 
สุดท้ายแล้วแม่ของเขาก็ได้หายตัวไปจริงๆ เสียงหวีดร้องก้องจากหูโทรศัพท์ บ้านที่ถูกรื้อกระจัดกระจาย เขาออกตามหาจากพวกลูกหนี้ที่น่าจะอยากแก้แค้นเค้า เขายอมแม้กระทั่งตายแทน หากแต่ช่วงเวลานั้น เขากลับไม่รู้เลยว่า พระแม่มารีกำลังร้องไห้ให้กับพระเยซู ซึ่งมันไม่ใช่เขา
 
 
...คุณเป็นแม่ผมจริงๆหรือ
 
 
 
คิมคีด็อคกล่าวว่า หนังเรื่องนี้ดำเนินควบคู่กันไปสามอย่างคือ เงิน ครอบครัว และการไถ่โทษ มันไม่ใช่หนังที่เกี่ยวกับการแก้แค้น(เพราะลุงแกไม่ใช่ปาร์คชางวุค เจ้าพ่อ Revenge ฮ่าๆ ) สิ่งที่ตัวละครทำในเรื่องล้วนมาจากผลกรรมหรือสิ่งที่ตัวเองก่อ ทุกคนเป็นทั้งผู้กระทำและเหยื่อ
 
 
ในช่วงแรกหนังทำให้คนดูเห็นความโหดร้ายของลีคังโด ความน่ารังเกียจ น่าชิงชังของมนุษย์ผู้นี้ และให้เห็นแม่ที่พยายามไถ่บาปให้กับความผิดเมื่อครั้งอดีตของตน แต่เมื่อดูไปซักพักเราจะเริ่มรู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้มีอะไรบางอย่าง ด้วยแววตา ด้วยท่าทาง  เธอปฏิเสธที่จะให้ลูกนอนเตียงเดียวกับเธอในยามค่ำคืน แต่เธอกลับใช้มือช่วยตัวเองให้ลีคังโด
 
 
 
และเมื่อดูถึงตอนสุดท้าย ความรู้สึกที่เกลียดชังลีคังโดในตอนแรกกลับกลายเป็นความสงสารและเห็นใจอย่างสุดซึ้ง หลังจากช่วงหลังที่ข้าเจ้าพอจะเดาทางหนังได้แล้ว ก็ได้แต่พูดว่า โถ..ลีคังโด จริงๆแล้วชายหนุ่มผู้นี้ช่างมีชีวิตแสนเศร้านัก
 
 
หนังจบลงด้วยการให้อภัย และเป็นตอนจบที่สวยมาก เรียกว่าตรงใจจนถึงขั้นกระแทกความรู้สึก อารมณ์นั้นอยากจะร้องไห้มาก แต่ก็ร้องไม่ออก มันจุกในอก ถ้าให้เทียบก็คงคล้ายๆกับตอนดู All About Lily Chou Chou จบ ( แต่ Chou Chou อิมแพคกว่ามาก ทำข้าเจ้าจุกไปเป็นอาทิตย์ )
 
 
"เราต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้ว่า ชีวิตล้วนมีขึ้นมีลง ถ้าเรายอมรับตรงจุดนี้ไม่ได้ การใช้ชีวิตมันก็ยากเกินจะทน" ลุงคิมให้สัมภาษณ์ไว้
 
 
 
ก็รู้สึกว่าจะเข้าฉายในไทยด้วย น่าจะเป็นเครือ Apex ความละเมียดละไมคงไม่เท่าลีชางดอง แต่เชื่อว่าดูจบทุกคนต้องมีอะไรติดค้างในใจกลับบ้าน เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราหันมามองคิมคีด็อคใหม่ ว่าไม่ใช่สักแต่ทำหนังแรงๆ ใครที่ยังไม่เคยดู Time ขอแนะนำให้หามาดูด้วย เป็นหนึ่งในหนังเกาหลีที่ข้าเจ้าชอบมากที่สุด
 
 
เรื่องนี้ข้าเจ้าให้ A 
 

Comment

Comment:

Tweet

บางฉากก็ไม่ไหวจะทนจริงๆนะคะ แต่หนังเรื่องนี้ก็มีเสน่ห์อย่างประหลาด ทำให้เราต้องทนดูต่อไปจนจบ

#1 By Tuckkiz (103.7.57.18|192.168.3.82, 110.169.205.102) on 2013-03-12 06:03