กลับมาแว้ว เอนทรี่แนะนำเพลงเอนทรี่แรกของปีนี้ :D จขบ.ไม่ได้หายไปไหนอ่ะนะ ว่างก็จะมาอัพนู่นอัพนี่เรื่อยๆ แต่ไม่รู้ยังมีคนอ่านบล็อกของเราอยูีรึเปล่า T_T ต้นปีนี้ศิลปินดังๆกะลังทยอยออกเพลงมา 13 กุมภานี้ก็จะเป็นคิวของเจ๊กาก้า (ตรงกะวันเกิดข้าเจ้าพอดี 55+) แต่ก่อนอื่น ปล่อยให้เป็นทีของเจ๊บริทไปก่อนละกัน
 
ช่วงนี้ได้ดูหนังหลายเรื่อง วันก่อนไปดู Biutiful ที่ลิโด้มา ตอนเดินออกจากโรงแอบตกใจเล็กน้อยที่เห็นลูกสาวพาคุณแม่(รุ่นอาซิ้ม)ไปนั่งดูด้วย เดี๋ยวนี้คนแก่เขาดูหนังสเปนกันได้ด้วยรึ อืม พัฒนา แต่หนังเป็นอะไรที่ ลึกล้ำ้มากกกก..... ดูรอบเดียวเก็บไม่หมดจริงๆ ถ้ามีโอกาสว่าจะชะแว้บไปดูอีกรอบ
 
 
 
 
 
TOP 13 INTER SONG :: 7th February '11

#13  :: [INTER-ROCK]  Britney Spears - Hold It Against Me

บริทนีย์ หล่อนกลับมาอีกแล้ว และก็เปิดตัวแรงตามเคย ปล่อยปุ๊บติดชาร์ตอันดับหนึ่งปั๊บ ไม่ต้องไต่ชาร์ตให้เมื่อยตุ้ม อานิสงค์แฟนคลับเธอแรงจริงๆ เพลงนี้ก็โอนะ ฟังเป็นบริทดี แต่ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย เด๋วรอดูเพลงอื่นๆที่กำลังจะปล่อยตามมา
 
 

#12  :: [INTER-POP]  ViViD - Yume ~Mugen no Kanata~

ขอปรบมือดังๆให้กับความสำเร็จของหนุ่มๆ และดีใจด้วยกับการก้าวขึ้นเป็นเมเจอร์กับซิงเกิ้ลนี้ อืม รู้สึกดีที่กลิ่นความร็อคของ Take off มันกลับมาแล้ว ชอบนะ แต่ไม่ค่อยติดหูเท่าไหร่เหมือนเดิม ไม่เป็นไร ทำดีแล้ว  Keep Going ต่อไป ตามรอยรุ่นพี่ของเธอนะจ๊ะ
 
ขอข้ามวงนิดส์ เมื่อวันที่ 1 กุมภา วันเกิดของ Ruki อ่ะ เป็นปรากฏการณ์ในทวิตเตอร์มากมาย ทุกคนร่วมกันอวยพรวันเกิดจนติด Trending World Wide เป็นนิมิตหมายที่ดีว่าแฟนคลับทั่วโลกจะทำให้กาเซ็ตเดินสาย World Tour อืม สุขสันต์วันเกิดรุกิอีกครั้งน๊า
 
 

#11  :: [INTER-Modern POP]  Avril Lavigne - What The Hell

ในที่สุด She ก็ come Back แม้จะผิดหวังเล็กน้อย เพราะแอบคิดว่าเพลงมันจะเจ๋งกว่านี้ แถมเอ็มวีก็ไม่โดน แต่คาดว่าก็คงดังอยู่ดีนั่นแหละ จะรอคอยเพลงช้าของหล่อนนะจ๊ะ
 
 
 

#10  :: [INTER-ROCK]  YUI - Your Heaven

เพลงจากซิงเกิ้ลใหม่ของสาวยุ้ย บัลลาดซึ้งๆที่เพราะอ่าาาา ถ้าฟังเรื่อยๆตอนอารมณ์ดีๆนะ เอาไว้ฟังวันที่โลกสดใสละกัน ^^
 
 
 

#09  :: [INTER-PUNK]  Simple Plan - Just Around The Corner

อัลบั้มที่สี่ เมื่อไหร่มันจะมา~~  หลังจากที่ปล่อย You sucked at love ที่เล่นในไลฟ์ออกมา แล้วก็หายจ้อย มีแต่เบื้องหลังที่มีเพียงเสี้ยวๆของเพลง จนมาเต็มๆก็เพลงนี้แหละ แต่มันเป็น leaked ฉะนั้นไม่แน่ใจว่าจะเป็นหนึ่งในอัลบั้มรึเปล่า ก็ยังดีนะที่อุตส่าห์ปล่อยออกมาให้หายคิดถึง ไม่เกินปีนี้หรอก คงได้ฟัง (พวกวงเจ๋งๆนี่เค้าทำอัลบั้มนึงนานสามสี่ปีเลยหรอ เง้อ)
 
 
 

#08  :: [INTER-ROCK]  C.N.Blue - Try Again, Smile Again 

เพลงใหม่ของหนุ่มๆ อันนี้ร้องเป็นภาษาปะกิด ก็เพราะดี โดยส่วนตัวชอบแนวเพลงของวงนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ออกเพลงใหม่มาก็อดไม่ได้ที่จะเอามาให้ฟัง คุ้มค่าต่อการลองนะจ๊ะ
 
 
 

#07  :: [INTER-POP]  Christina Perri - Jar of Hearts

สาวเสียงดีอีกคน แหบๆห้าวๆ แบบ Pretty Reckless นิดๆ  Automatic Loveletter หน่อยๆ ทำนองเพลงเศร้าๆ แต่เนื้อเพลงเอาใจไปเลย อารมณ์ความ Deep แบบ Fireflight - Wrapped in you arms แต่ความหมายเพลงนี่คนละขั้วกันเลยแฮะ ใครเพิ่งอกหักมา น้ำตาร่วงชัวร์ ในขณะเดียวกันก็ให้กำลังใจผู้หญิงได้มากทีเดียว Who do you think you are? อืม ชอบอ่ะ
 
 

#06  :: [INTER-POP]  Travis Garland - R.I.P.

หนุ่มเสียงเทพคนล่าสุด โอเค ยอมรับว่าตอนนี้ยังไม่ดัง และชื่อก็คุ้นมากแต่นึกไม่ออกว่าเค้าเป็นใคร (อัลไซเมอร์กินแล้วช้าน T^T) แต่เสียงดีจริงๆ ทำนองก็ไม่ได้เพราะอะไรเท่าไหร่ แต่เนื้อเสียงล้นมากๆ อยากให้ลองฟังดู แต่อาจจะต้องตั้งใจฟังซักนิดนะ  (ตะหงิดๆ ว่าอาจจะเคยฟังเพลงของเค้ามาก่อน ขอไปค้นก่อนละกัน)
 
 
 
 

#05  :: [INTER-ROCK]  Far East Movement - Rocketeer (feat. Ryan Tedder of One Republic)

ไม่เคยรู้จักมาก่อนจนได้มาฟัง Like A G6 นี่แหละ แถมไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายเป็นหนึ่งในเพลงฮอตแห่งปีด้วย แต่ที่ฟังเพลงนี้เนี่ย มิได้มีเหตุผลอื่นใดนอกจาก ฟีเจอริ่งกับไรอัน เท็ดเดอร์ แห่ง One Republic โอ้ว เทพเจ้าของช้าน ร้องอะไรก็เพราะไปหมด ก็ไม่ได้อยากจะเข้าข้างอะไรหรอกนะ แต่ถ้าเพลงนี้ไม่มีไรอันล่ะก็ กระแสความดังและความเพราะจะลดลงฮวบฮาบ แหงมๆ
 
 
 

#04  :: [INTER-ROCK]  Panic At The Disco - The Ballad Of Mona Lisa

ลืมไปแล้วว่ายังมีวงนี้อยู่ 55+ ไม่ได้ฟังนานมากกกกก กลับมาคราวนี้ เปิดตัวด้วยเพลงที่ประทับใจข้าเจ้าสุดๆ เป็นร็อคที่มีกลิ่นอายแบบเรเนสซองค์หน่อยๆ แนวดนตรีเราว่าคล้าย Fall Out Boy นะ อืม พูดไปแล้วก็คิดถึง   
 
 
 

#03  :: [INTER-POP PUNK]  Manic Street Preachers - Postcards from a young man

เพลงนี้ออกมาได้ 3-4 เดือนแล้ว แต่เพิ่งนึกออกว่าน่าเอามาให้ฟัง ปกติเราไม่ฟังเพลงของ Manic เท่าไหร่ แต่เนื่องจากช่วงนั้นไม่มีอะไรจะฟัง ประกอบกับใครบางคนบอกว่าเป้นวงโปรด ก็เลยอ๊ะ ฟังซะหน่อย เมโลดี้แรกที่ขึ้นมารู้สึกเลยว่าเป้นวงที่มีเอกลักษณ์จริงๆ เอาเป็นว่าสุ่มหยิบเพลงไหนในอัลบั้มมาเปิดก็ยังรู้เลยว่าเป็นของวงนี้ หลังฟังจบ ข้าเจ้าก็ขออุทิศตนให้กับวงนี้ไปโดยปริยาย เทพมากค่ะ เพลงนี้เพราะมาก และถ้าจำไม่ผิดน่าจะออกมาเป็นซิงเกิ้ลด้วย อยากให้ลองฟังดูนะ เป็นอัลเทอร์เนทีฟ ร็อคที่แปลกๆแบบ One Republic อ่า (พอเข้าใจแล้วใช่มะว่าทำไมเราถึงชอบ 55+) 
 
 
 
 

#02  :: [INTER-ROCK]  He Is We - All About Us (Featuring Aaron Gillespie)

เพราะมากกกกก หวานซึ้งสุดๆ เหมาะเป็นเพลงคู่รักที่จะเปิดในวันวาเลนไทน์จริงๆ เอาไปเลยสิบดาว ฟังแล้วนึกภาพตาม จะคิดถึงฟลอร์เต้นรำ ที่มีพระเอกนางเอกภายใต้บรรยากาศเคลิบเคลิ้มใต้แสงเทียน อร๊ายยย เป็นเพลงคู่ที่ชอบที่สุดแล้ว ณ. ตอนนี้
 
 
 

#01  :: [INTER-ALTERNATIVE]  Pink - Fuckin' Perfect

เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้มรวมฮิต So Far ของสาวพิงค์ ม้านอกสายตามากๆ ไม่ได้สนใจเลยจนกระทั่งมันติดชาร์ต แล้วก็พบว่า มันเพราะอ่าา~ แนะนำจ้า ^^
 
 
 
วันนี้แจกหัวใจหลายเพลงมาก เหมือนเดิม ฟังแล้วก้มาคุยกันหน่อย เผื่อชอบเพลงแนวเดียวกัน ไปล่ะ ชะแว้บบ
 

Top 13 Impressive Inter Song 2010

posted on 16 Jan 2011 12:26 by bleedinzorrow  in Chart

 

Top 13 Best Impressive Inter Song 2010

 

13 เพลงสากลสุดประทับใจแห่งปี

 

 

13#  Adam Lambert duet Ryan Tedder - Sleepwalker

            Untouchable - Living in the heart (ft.Narsha from BEG) 

                                    Ac'cel In A Story - Ga Ji Ma 

อันดับ 13 นี่มันอาถรรพ์จริงๆ มาแบบเป็นแพคเกจ ประมาณรักพี่ เสียดายน้อง ถ้าให้คะแนนก็คงใกล้กันมากจนตัดใจทิ้งเพลงไหนไม่ลง ด้วยความที่มันคนละแน๊ว คนละแนว แต่คุณภาพคับแก้วพอกัน เริ่มจากเพลงแรกที่เป็นการดูเอ็ทกันครั้งแรกของสองหนุ่มที่โคตระเสียงดี ขวัญใจเรา ไรอัน เท็ดเดอร์จาก One Republic กับหนุ่มเกย์สุดเปรี้ยวอดัม แลมเบิร์ต ที่โคจรมาป๊ะกันได้ลงตัวสุดๆ แบบว่า โอ้วเสียงรึนั่น แต่ละคนใส่เต็ม ตอนแรกยกเครดิตให้ไรอันไปเลย เพราะไม่คิดว่าอดัมจะร้องได้ดีขนาดนี้ จนกระทั่งเห็นในรายการที่ร้องสด อดัมร้องดีมากจนต้องลุกขึ้นปรบมือให้ (ดูในยูทูบคนเดียว แต่ทำเหมือนดูสดอ่ะ บ้ามั๊ยล่ะ ^^) ตรงท่อนที่เอื้อนเสียงสูงปรี๊ดๆอ่ะ ไม่เพี้ยนเลย พระเจ้า ++ จริงๆเพลงนี้มีสองเวอร์ชั่น คือเวอร์ปกติ อดัมร้องคนเดียว ไรอันเป็นโรดิวเซอร์ กับอีกเวอร์.ที่ไม่ปกติคือร้องด้วยกัน เพราะทั้งสองแบบแหละ

 

 

ต่อด้วยเพลงจาก Flo Rida เกาหลี Untouchable นั่นเอง ฮ่าๆ ไม่มีคำบรรยายอะไรมาก นอกจากโคตรเพราะ เป็นเพลงเกาหลีที่ฟีเจอร์ริ่งกันได้เพราะที่สุดของปีนี้ โดยไม่มีเรื่องหน้าตามาเกี่ยวข้อง

 

 

แอ็คเซล อิน อะ สตอรี่ คือคำอ่านของชื่อวงร็อคเกาหลีลูกบ้าเที่ยวล่าสุดวงนี้ อย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่านี่เป็นเพลงนอกสายตา เพราะจริงแล้ววงนี้ก็ยังถือว่าเป็นอินดี้อยู่มาก ฉะนั้นเรื่องเพลง จะไปหวังสูงย่อมอาจผิดหวังเป็นธรรมดา และเปิดเพลงของวงนี้ขึ้นมาก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่เสียดาย เค้าอุตส่าห์ทำมาก็ช่วยฟังให้จบหน่อย เลยกลายเป็นสวรรค์ลิขิตให้ได้มาพบเจอกับเพลงนี้เข้า บอกตามตรงว่าท่อนแรกนิ่งสนิทและจืดชืดมาก ยิ่งฟังไม่ออกยิ่งน่าเบื่อเข้าไปใหญ่ แต่พอถึงท่อนฮุค OMG พลัง...พลังของแท้ เหมือนในหนังที่ช่วงแรกพระเอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ซ้ำซากจำเจของตัวเอง แล้วก็ถึงจุดพีคเมื่อความรักมาถึงคราวแตกหัก !! หนักแน่นมาก(นี่มั่วเองนะ คือมันฟังไม่ออกอ่ะ ^__^! ) เอาเป็นว่า เรายกให้เป็นเพลง(เสียง)ทรงพลังของปีนี้อีกเพลงนึงแล้วกัน โหลดไปฟังเลย

 

12#  My Chemical Romance - The Only Hope For Me Is You 

วงพังค์ร็อคแบบเพลงกู ของกูที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นวงที่ไม่มีใครรู้จัก กับการเอาชีวิตเรื่องราวเน่าบัดซบของตัวเอง มาแต่งเป็นเพลงและระบายมันออกมา เป็นวงที่เราชอบด้วยความรู้สึกว่า เออ มันบ้าดีว่ะ ไม่น่าเชื่อที่ว่าวันนี้ วงร็อคโนเนมอย่าง My Chemical Romance จะกลายมาเป็นวงที่ได้รับการยอมรับในความเจ๋งเทียบขั้นระดับโลก ล่าสุดกับอัลบั้ม Danger Days..... ก็ได้รับยกย่องให้เป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของปีอีกอัลบั้มหนึ่ง และเพลงนี้คือหนึ่งในนั้น มันไม่ใช่เพลงร็อคหนักๆแบบ Black Parade หรือ Helena แล้วก็ไม่ได้เก๋าเจ้งแบบ Na Na Na หรือ Sing แต่เราก็ชอบเพลงนี้ที่สุด เพราะมันทำให้เรานึกถึงวันวานที่วงนี้ล้มลุกคลุกคลานมา อาจเป็นเพราะเราเติบโตมากับวงนี้ ตั้งแต่ครั้งยังไม่มีใครสนใจ จนบัดนี้พวกเค้ายิ่งใหญ่ มันเหมือนกับการได้เห็นลูกตัวเองโต กับประโยคที่ว่า 

Can I be the only hope for you?  Because you’re the only hope for me

(ฉันจะสามารถเป็นความหวังของเธอได้ไหม ในเมื่อเธอเป็นความหวังเดียวของฉัน)

เพลงนี้คงเป็นข้อความที่พวกเขาอยากจะสื่อกับแฟนๆ เป็นเพลงที่ฟังแล้วอยากจะร้องไห้จริงๆ

 

 

11#   B.O.B - Airplanes (ft. Hayley Williams from Paramore) 

เพลงนี้เปิดตัวได้เปรี้ยงมาก แต่ก็ยังสยบความเก๋าของ Love The Way You Lie ไม่ได้ (อาจเป็นเพราะว่าเนื้อหามันไม่ได้พูดเรื่องความรัก แถมรุนแรงตบจูบอย่างเพลงนั้น) อย่างไรก็ตาม เรากลับชอบเพลงนี้มากกว่า ซาวนด์เท่ๆ แล้วก็เสียงเก๋ๆของเฮย์เล่ ทำให้เป็นเพลงที่ฟังแล้วเพลิน เพราะมาก  ถึงเราจะยังไม่แน่ใจว่า เวอร์ชั่นที่มี Eminem ฟีเจอร์ริ่งด้วย มันแตกต่างก็บเวอร์ชั่นนี้ซักกี่มากน้อย

 

 

10#   Maaya Sakamoto - Birds

 
เป็นเพลงที่เก่าจนอายที่จะแนะนำจริงๆ แต่ทำไงได้ ก็มันเพิ่งมาได้ฟังปีนี้ แถมมันก็เพราะจนผ่านเลยไปไม่ได้เสียด้วย แต่คิดในแง่ดี เราว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เคยฟัง เพราะเป็นนักร้องที่ไม่ดังเท่าไหร่ แหะ แหะ ตอนแรกที่ฟังไม่ได้รู้สึกว่าเพราะเลยนะ แต่รู้สึกว่าประหลาดมากกว่า คือ ทำนองมัน...ยังไงกันแน่ แปลกหูมากๆ ร้องควบจังหวะดนตรีด้วย -_- ที่สุดอ่ะ แต่พอฟังรอบสอง รอบสาม มันก็เริ่มคุ้นหู และความรู้สึกที่เข้ามาแทนที่คือ เพราะอ่ะ ... แบบว่า ... เพราะมากกกกกก เพลงญี่ปุ่นชั้นเซียน!!

 

 

9#  The Museum - Never Look Away 

วงซอฟท์ร็อค แนวร้องเพลงตามโบสถ์สรรเสริญพระเจ้า วงใหม่ที่ประทับใจเข้าอย่างจัง เทียบชั้น Kutless ได้เลย แถม Kutless ปีนี้ฟอร์มไม่ค่อยดีด้วย เพลงไม่ค่อยเพราะเท่าไหร่ (ตามความคิดเรานะ) กับวงนี้ที่เพลงเพราะแทบจะทุกเพลงอ่ะ ตอนแรกเราชอบเพลง My Help Come From The Lord มากๆ แต่ฟังไปฟังมามันเลี่ยน เพราะเกินไป~ เลยมาจบที่เพลงนี้ เพราะกำลังดี ฟังกี่ทีก็ไม่เบื่อ

 

 

 

8#  Flo Rida - Club Can't handle me Featuring David Guetta

รัก Flo Rida >O< บอกได้แค่นี้ เป็นแร็พเปอร์ที่เราชอบที่สุด อารมณ์ป่วยๆเมื่อใหร่ หยิบเพลงนี้มาฟังแล้วอารมณ์ดีขึ้นทันที มันสนุกสนาน แบบไม่ต้องมีคำหยาบ ไม่ต้องมีดนตรีแรงๆ เหมาะเป็นเพลงเปิดในผับจริงๆ   

 

 

7#  Linkin Park - Waiting For The End

ในตอนแรกเป็นเพลงที่นอกสายตามากๆ กำลังจะเขี่ยอัลบั้มนี้ลงคลองไปแล้ว พอดีกับที่ได้ดู MV ... First Impression ของแท้อ่ะ เป็น MV ที่ทำได้เท่ห์สุดๆ และเพราะ MV มันทำได้เข้ากับเพลง เลยเสริมส่งให้เพลงมันน่าสนใจขึ้น รวมไปถึงที่เพลงนี้ติดชาร์ตตามที่ต่างๆ ฟังไปฟังมามันก็เลยชอบค่ะ ชอบจริงๆ ชอบดนตรีตอนเริ่มต้น ชอบท่อนแร็พตรงกลางเพลง และเสียงเทพๆของเชสเตอร์ เพราะที่สุดของอัลบั้มแล้ว และน่าจะเก็บเป็นอีกเพลงในตำนานของวงนี้ได้เลย

 

 

 

6#  Katy Perry - Firework

โอเค เสียงสิบแปดหลอดคือคำนิยามของเพลงนี้ เสียงกระชากวิญญาณของแท้ ด้วยความที่มันคือเพลงเกี่ยวกับดอกไม้ไฟ เป็นเพลงที่พูดถึงการดึงตัวตนที่แท้จริงออกมา ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะสปาร์คใครหลายคนจนกลายเป็นเพลงฮอตสุดๆตอนนี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องยกความดีความชอบให้เสียงของเจ๊แกไปเลย รู้สึกได้ถึงพลังของเพลงนี้แม้ใครจะฟังไม่ออกก็ตาม แถม MV ก็ทำไว้สวยจริงๆ

 

 

5#  Aqua Timez - Ehagaki no Haru

 
                    Shion Tshuji - HarooGubbai
 

ออกมาเมื่อตอนต้นปี และยังฟังจนถึงตอนนี้ เหตุผลหนึ่งคือมันเพราะจนฟังไม่เบื่อ อีกเหตุผลก็คือ อความันออกซิงเกิ้ลนี้ตอนต้นปี และกระโดดมาออกอีกซิงเกิ้ลตอนธันวาเลย จอร์จ..หัวปีท้ายปีอ่ะ แล้วจะให้ฟังอะไรถ้าไม่เอาเพลงเก่ามาฟัง แต่โชคดีที่เพลงนี้มันเพราะเหลือหลาย เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรวิ้งๆวนอยู่รอบตัว

 

 

ชอบจริงๆเลยศิลปินที่เสียงปรี๊ดๆอ่ะ ปีที่แล้ว Abe Mao ก็ทำให้เราถึงกับคลั่งไคล้ไปแล้ว ปีนี้เป็นทีของสาวตัวเล็ก ชิอง ทสึจิ ที่พลังเสียงเหลือหลาย เพลงนี้มาจากอัลบั้ม Catch ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกของเธอ ทำฟอร์มไว้ดีมาก เพลงเพราะแทบทุกเพลง  

 

 

4#  The Script - For the first time

ปีนี้ The Script สร้างปรากฏการณ์ที่เพลงจากอัลบั้มที่แล้วกลับมาดังอีกรอบ อย่าง Break Even ตลกอ่ะ นอกจากกลับมาติดอีกรอบแล้วยังติดนานอีกนะ กินที่ชาวบ้านเขาจริงๆ แต่พอออกอัลบั้มใหม่กลับไม่ติดชาร์ตซะงั้น ทั้งๆที่เพลงนี้มันเจ๋งมาก โอเค มันอาจจะฟังดูเป็นเพลงเรื่อยๆ แต่ด้วยเสียงร้องของนักร้องนำ มันทำให้เพลงนี้มีมนต์เสน่ห์อย่างประหลาด และมาถึงจุดพีคของความเพราะเมื่อถึงท่อน ฮู้ ฮู  อยากให้ฟังอย่างแรง เพลงนี้อาจจะติดชาร์ตในอีกปีหรือสองปีข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่มีทางตกยุคแน่นอน เป็นเพลง Minimalist ของเราในปีนี้ เรียบง่าย แต่งดงาม 

 

 

3#  Train - If It's Love

เห็นติดในชาร์ตบิลบอร์ดก็เลยลองฟังดู เป็นเพลงในอัลบั้มเดียวกับ Hey Soul Sister นั่นแหละ อืม... คิดว่าฟังทั้งอัลบั้มแล้วนะ และไม่พบเพลงไหนที่มันเพราะขึ้นมาอีก แล้วเพลงนี้มันมาจากไหน โอ้วว ชอบมากๆเลย โดยเฉพาะเนื้อเพลง เกือบแล้ว เกือบมองข้ามเพลงดีๆแบบนี้ไป ช่วงนั้นเป็นเพลงประจำชาติที่ต้องฟังทุกวันเลย ฟังแล้วจะรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที (แถมแอบอิจฉาคนมีแฟนด้วยสิ เพลงมันช่างหวานมั่กๆ ได้ผู้ชายคนไหนร้องให้ฟังนะ อร๊ายย //>O

 

 

2#  OneRepublic - Secrets

ไม่เคยคิดว่าจะชอบเพลงนี้ นี่เป็นเพลงที่ต้องเก็บรายละเอียดจริงๆ เพราะถ้าฟังผ่านๆ ฟันธงได้ว่าหลายคนไม่ชอบ เพราะทำนองมันเท่ห์แปลกๆ แต่เป็นความแปลกที่ทำได้ละเมียดมาก และเป็นความแปลกที่เป็นเอกลักษณ์ของ OneRepublic จริงๆ ไม่ต้องพูดไปถึงเนื้อเพลงเลย เพราะไรอันแต่งเพลงเหมือนแต่งบทละคร เหมือนแต่งกลอน มันมีความน่าสนใจในทุกเพลง คือไม่ว่าเพลงนั้นมันจะห่วยจนไม่เพราะยังไง แต่เนื้อเพลงก็ยังสุดยอดเสมอ ที่เจ๋งสุดๆของเพลงนี้ก็เป็นส่วนของดนตรีด้วย One Republic ชอบนำดนตรีคลาสสิคเข้ามาผสม ทำให้ซาวนด์ที่ออกมาไม่เหมือนกับวงอื่น เริ่มต้นขึ้นมาของเพลงนี้จึงเหมือนกับการเล่านิทานหรือเทพนิยายที่มีลักษณะดาร์ค แนวแม่มด มนต์ดำ หรือเจ้าหญิงถูกสาปประมาณนั้น 

 

 

 

1#  Charice - Note to God

เป็นเพลงที่ต้องหยุดทุกสิ่งอย่างในชีวิตเพื่อฟังและซึมซับกับมัน Charice ใน Oprah กับเพลง Note to God คือที่สุดของที่สุด perfomance ที่เราได้ดูมาในปีนี้ ทั้งทรงพลังและน่าประทับใจ เรียกได้ว่า เราแทบจะหลั่งน้ำตาให้พร้อมๆกับที่ขนลุกเลยทีเดียว สาวฟิลิปปินส์คนนี้อาจเป็นลูกหม้อของโอปราห์จริง แต่เราไม่สนใจเท่ากับที่เธอมีความสามารถซึ่งแสร้งทำไม่ได้ และที่เป็นเอกลักษณ์ของเธออีกอย่างก็คือรอยยิ้ม เธอดูสดใสและสนุกกับการร้องเพลงเสมอ นี่คือตำแหน่งที่ทาทา ยังของเราเกือบจะได้เป็น แต่ก็เอื้อมไม่ถึง เพราะเธอเลือกจะขายเซ็กซี่แบบที่วงการเพลงต่างประเทศเคยมีมา ซึ่งมัน... มาเร็ว ไปเร็วเกินไป 

 

 

 

**********************************************************************

 

หายไปนานหน่อยเนอะ เผลอแป๊บเดียวก็ขึ้นปีใหม่แล้ว Happy new year เพื่อนๆทุกคนนะคะ ช่วงนี้กำลังทยอยจัดอันดับที่เราได้ดู ได้ฟังเมื่อปีที่แล้ว ทั้งเพลงญี่ปุ่น ทั้งหนัง หวังว่าจะเรียบร้อยก่อนประกาศผลอสการ์นะ

 


จริงๆกะจะเขียนตั้งแต่ดูไลฟ์เสร็จแล้ว แต่มันนู่นนี่นั่น ประกอบกับยังชีช้ำใจกับ HDD ที่เพิ่งสูญเสียไปและข้อมูลที่ไม่รู้จะได้กลับมาหรือเปล่า (รูป GazettE ทั้งนั้นเลย เศร้า TOT) ก็เลยดองและดองมาจนถึงวันนี้ สรุปว่าวีดีโอและรูปที่ถ่ายมาก็ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ในกล้องมิได้ถูกแตะต้องแต่ประการใด
 
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังอยากเอาอารมณ์กรี๊ดๆมาบอกให้โลกรู้ว่าชินสุดยอด สมแล้วที่มีรุกิเป็นไอดอล ทั้งเสียงร้องทั้งหน้าตา อร๊ายยย //>
 
อย่างที่รู้กันว่าเราชอบบ่นเรื่องที่เพลงของ ViViD มันชักน่าเบื่อ แบบ อะไรมันจะแนวเดียวกันเยี่ยงนั้น เราขอถอนคำพูดทั้งหมดทั้งมวล เพราะพอเอามาเล่นไลฟ์จริงแล้ว เพลงมันส์มาก ทุกคนเล่นได้ Sugoi ++
 
แต่ SUG เขามีมุขมาให้แฟนๆชาวไทยเยอะเลยนะ ทั้งมุขข้าวมันไก่ ทั้งโออิชิ แถมยังอังกอร์อีกไม่รู้กี่เพลง เพราะข้าเจ้าอยู่ไม่จบ เนื่องจากต้องจรลีไปทำงานต่อ ยอมรับเลย ณ. จุดนี้ว่า SUG เอนเตอร์เทนดีมากๆ และคาดว่าต้องเป็นวงเจร็อคที่คนไทยรักมากแน่ๆ เพี้ยง!! ขอให้เจร็อคจงถึงวันรุ่งโรจน์อีกครา
 
ที่สะใจข้าเจ้าสุดๆก็ตอนที่อากิกับคุณพี่เดียวพูดถึงวันที่ VK จะกลับมาสู่ไทย และถ้าวันนี้เสียงตอบรับดี ปีหน้าอาจมีวงอื่นๆเข้ามา ในตอนนั้นความคิดเราคือ GazettE เห๊อะ แล้วจู่ๆก็ต้องตกใจเนื่องจากความคิดตัวเองมีเสียง เพราะแฟนคลับที่อยู่หน้าเวทีต่างพร้อมใจกันเรียก GazettE ~ ... O[]O โอ้วแม่เจ้า พลังประชาชนของแท้ เรียกดังถึงขนาดที่อากิต้องบอกว่า อย่าเพิ่งไปเรียกวงอื่น เพราะเดี๋ยววงที่นี่จะน้อยใจ กรี๊ด ไม่รู้ว่าเราทันถ่ายช่วงเวลานั้นหรือเปล่า ต้องรีบเอาวีดีโอลงเสียแล้ว
 
เอาเป็นว่า เป็นไลฟ์ฟรีที่ข้าเจ้าประทับใจสุดๆ (ขอสารภาพตามตรงว่าซื้อบัตรไม่ทัน) แล้วปีหน้ากับคอนเสิร์ต LM.C. เต็มรูปแบบ ยังไงก็จะไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง เว้นแต่จะได้ไปดูคอนจริงๆที่ญี่ปุ่น เริ่มเห็นแววว่าจะได้ไป ^^
 
สุดท้ายจริงๆคือ เราจะพยายามเอารูปกับวีดีโอลงนะ แม้จะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่ขอไม่สัญญาแล้วกัน เพราะเรายังต้องเคลียร์กับอีฮาร์ดดิสก์เน่าที่ทำเราน้ำตาตกในก่อน
 
**ใครใช้ฮาร์ดดิสก์เก็บงานเยอะๆ ขอแนะนำให้ Back Up ไว้ซักสองตัวนะ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินและสภาพจิตใจของท่าน (รวมไปถึงเงินในกระเป๋าด้วย)
 
 
 
ปิดท้ายด้วยโฆษณา Gemcery ของรุกิตัวล่าสุด เผื่อใครยังไม่ได้ดู ... ขอบอกว่า โคตรสั้น และโคตรโฆษณาแฝงอ่ะ
 
 
 
 
 
 
แล้วก็ขอแสดงความยินดีกับคอนเสิร์ตของ UVERworld ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา จัดที่โตเกียวโดมเหมือนกัน อืม J-Rock จงเจริญเนาะ ^^
 
 
{ PARADE }
 
 
สร้างจากนิยายชื่อดังของชูอิจิ โยชิดะ  กำกับโดย อิซาโอะ ยูคิซาดะ ผู้กำกับหนังเรื่องดังที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง อยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลก (Sekai no chûshin de, ai o sakebu)
 
Parade มีความหมายว่า ขบวนแห่หรือการเดินแถว หนังเปิดเรื่องด้วยภาพชายคนหนึ่งเพิ่งตื่นนอน ริวสุเกะ อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 3คณะเศรษฐศาสตร์ ออกมาจากห้องนอนและพบหญิงสาว โคโตมิหรือโคโตะจัง กำลังนั่งถอนขนคิ้วอยู่ข้างโซฟา ในโทรทัศน์มีรายงานข่าวหญิงสาวถูกฆาตกรรมโดยฆาตกรต่อเนื่องที่ยังไม่ทราบ เบาะแส     ริวสุเกะชวนโคโตจังออกไปหาของกิน ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นคู่รัก เพื่อน หรืออะไร หากแต่ทั้งสองคนก็สนิทกันมาก
 
หลังเตร็ดเตร่ข้างนอกสักพัก ทั้งสองคนก็กลับมาที่ห้องและนั่งดูละึคร หญิงสาวพูดถึงพระเอกในละครด้วยความชื่นชม เราจึงได้รู้ว่าเธอเป็นแฟนกับพระเอกคนนั้น เพื่อนของริวสุเกะโทรมาหาเพื่อชวนไปทะเลและแจ้งข่าวให้ทราบว่าเพื่อนเก่าของ เขาคนหนึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว โคโตะจังได้ยินว่าใครบางคนตายจึงไล่ถามจากริวสุเกะด้วยความอยากรู้ จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้อง ทั้งสองกล่าวทักทายด้วยความสนิทสนม ไม่กี่นาทีต่อมาก็มีหญิงสาวอีกคนเปิดประตูเข้ามาอีก โคโตะจังบอกสองคนใหม่เรื่องที่เพื่อนของริวสุเกะตาย และริวสุเกะก็ทำท่าว่าจุ้นไม่เข้าเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะดูเหมือนทั้งสี่คนจะสนิทกันดีจนเล่าเรื่องราวได้ทุกอย่าง
 
 
 
นี่คือฉากเปิดเรื่อง หนังพูดถึงชายหญิงสี่คนที่มาอยู่รวมกันในอพาร์ตเมนท์ห้องหนึ่ง ทั้งสี่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็อยู่ด้วยกันได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจ เรื่องราวดำเนินไปได้ด้วยดีจนกระทั้งมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเข้ามาในห้องนี้ เขาชื่อซาโตรุ วัยรุ่นอายุ 18 ปี เป็นเด็กขายบริการ... ไม่มีใครรู้ว่าเด็กคนนี้มาจากไหน แต่เจ้าตัวอ้างว่ามิราอิ (หญิงสาวอีกคนนอกจากโคโตะจัง) เป็นคนพามา (ด้วยความที่มิราอิก็ดูเป็นสาวใจแตกชอบกินเหล้า สูบบุหรี่และอ๊อฟหนุ่ม ก็เลยไม่มีใครสงสัยต่อ) ทั้งสี่ไม่รู้จุดประสงค์ของเด็กหนุ่ม ว่ามาทำไม มิราอิสงสัยว่าซาโตรุเป็นฆาตกรต่อเนื่อง แต่เมื่อได้พูดคุยกันมากขึ้นทำให้เธอรู้สึกเห็นใจเด็กหนุ่ม ในขณะเดียวกันนาโอกิ (ชายหนุ่มอีกคนนอกจากริวสุเกะ) จากตอนแรกที่ไม่ใส่ใจซาโตรุก็กลับเริ่มสงสัยในพฤติกรรม เขาสะกดรอยตามซาโตรุและพบว่า เด็กหนุ่มไปงัดบ้านหญิงสาวคนหนึ่ง เอารูปของเธอมาช่วยตัวเอง จากนั้นเมื่อกลับมาที่บ้านก็เข้าไปในห้องของมิราอิและโคโตะจัง
 
 
เรื่องราวดำเนินไปอย่างเรียบๆแต่ก็ค่อยๆชี้ให้เห็นปัญหาชีวิตของแต่ละ คน สิ่งที่ทุกคนนำมาใช้ในการอยู่ร่วมกันเป็นแค่เปลือกนอก หากแต่เบื้องลึกอันเลวร้ายของแต่ละคนล้วนต้องเก็บซ่อนไว้ ในท้ายที่สุดริวสุเกะและมิราอิก็คิดว่าอาจถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันไปเสียที
 
เท่าที่เล่ามามันก็หนังดราม่าดีๆนี่เอง บอกตามตรงว่าเป็นหนังที่เราตั้งตารอดูมากๆเช่นกัน แม้ในตัวอย่างหนังจะไม่สื่อถึงอะไรเลย และตอนนั่งดูเราก็ยังจับจุดหลักของหนังไม่ได้ แต่ไอ้ความไม่แน่ชัดนี่แหละที่ทำให้หนังดูมีเสน่ห์และลึกลับน่าสนใจ อย่างที่บอกว่าหนังดำเนินไปเรื่อยๆ แต่โดยที่เราไม่รู้ตัว หนังก็ทำให้เราผูกพันกับตัวละครไปทีละนิดๆ จนมันเกิดอิมแพ็คกับเราในตอนท้ายของเรื่อง
 
หนังสื่อให้เห็นสภาพสังคมในปัจจุบันได้อย่างตรงจุด ทั้งเรื่องของความเท่าเทียมกันในชาย-หญิง การทำแท้งที่กลายเป็นเรื่องธรรมดา การขายบริการอย่างโจ่งแจ้ง อนาคตของประเทศฝากไว้ที่การดูดวง การระบายอารมณ์ด้วยความรุนแรง รวมไปถึงการหลงลืมคนใกล้ตัวและคนที่เคยรู้จัก แต่กลับ'เสือก'เรื่องชาวบ้าน
 
พาเหรดของเรื่องนี้จริงๆแล้วคือขบวนแห่มนุษย์ประหลาด 5 คน ที่เป็นตัวแทนของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ เพราะจริงๆแล้ว ไม่ว่าใครก็มีความประหลาดในตัว กับการเดินแถวของสันดานดิบที่ค่อยๆปรากฏมาในแต่ละคน แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าอยากจะอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป เราก็อาจต้องสวมหน้ากาก ปิดหูปิดตา แล้วปล่อยวางเสียบ้าง
 
 
******** จากนี้ไปคือสปอยล์ตอนจบ ************* (เอาเมส์แดรกเลย)
 
ฟ้า มืดลง นาโอกินั่งผูกเชือกรองเท้าผ้าใบเพื่อเตรียมตัวไปวิ่งเหมือนเช่นเคย ดนตรีบรรเลงเพลงแรกของเรื่องดังแผ่วๆเป็นแบคกราวนด์ นาโอกิออกวิ่งไปตามถนนที่แทบร้างผู้คน สายฝนตกโปรยปราย ในฐานะคนดูที่ได้รับชมปัญหาของทุกคน มันก็เหมือนกับเราเป็นตัวละครหนึ่งที่รับเอาปัญหาเข้ามาในชีวิตมากมาย และเมื่อได้ฟังเพลงที่บีบคั้นอารมณ์ ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกปวดร้าวในอก เพลงค่อยดังขึ้นเรื่อยๆ และถึงขีดสุดเมื่อนาโอกิวิ่งเข้าหาผู้หญิงคนหนึ่ง พร้อมกับเอาวัตถุในมือฟาดลงไปบนหัว หญิงสาวล้มลง เขาตามลงไปฟาดซ้ำจนหญิงสาวแน่นิ่งไป นาโอกิยืนนิ่งมองผลงานของตัวเอง ในชัยชนะที่ประสบความสำเร็จในการฆ่าอีกศพ กลับมีความพ่ายแพ้อยู่ในห้วงเวลานั้น นาโอกิหันกลับมาที่ถนนและพบซาโตรุยืนมองการกระทำอันต่ำช้าของตัวเองอยู่
 
วินาที นั้น ซาโตรุคว้าแขนนาโอกิและออกวิ่ง เขาเข้ามาหลบในรถคันหนึ่ง ตัวเปียกปอน นาโอกิมั่นใจแน่แล้วว่าซาโตรุต้องแจ้งตำรวจ หากแต่นอกจากซาโตรุจะยืนยันว่าไม่แจ้งความแล้ว เขายังพูดเป็นเชิงอีกว่า ไม่รู้จะแจ้งไปทำไม ในเมื่อคนอื่นๆยังนิ่งเฉยกันเลย
 
........... เพราะทุกคนรู้อยู่แล้ว ว่านาโอกิเป็นใคร แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า ทุกคนไม่ใส่ใจ ว่านาโอกิทำอะไร
 
ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน จะมีอีกจุดหนึ่งที่กระทบจิตใจเรามากกว่า และเรียกได้ว่า เป็นประโยคสุดท้ายของหนังเรื่องนี้
 
หลัง จากที่รู้ว่าทุกคนรู้ความจริง นาโอกิรีบวิ่งกลับมาที่อพาร์ตเมนท์ ซาโตรุวิ่งตามมา เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าทุกคนยังอยู่กันพร้อมหน้า ทั้งริวสุเกะ โคโตะจัง มิราอิ ทั้งสามกล่าวต้อนรับนาโอกิแลบะซาโตรุกลับบ้านด้วยบรรยากาศปกติเหมือนเมื่อ ตอนต้นเรื่อง ริวสุเกะชวนเพื่อนๆไปเที่ยวทะเลด้วยกัน โคโตะจังจึงเดินมาถามนาโอกิว่าทะเลที่จะไปเนี่ยเป็นยังไง จาก นั้นทุกคนคุยกันอย่างสนุกสนานถึงทริปที่จะไป  นาโอกิยืนมองบรรยากาศนั้นด้วยความสับสน ไม่มีใครเอ่ยถึงสิ่งที่เขาทำ ไม่มีใครเอ่ยถึงความผิดปกติในตัวเขา ไม่นานเขาก็ค่อยๆทรุดตัวลงและร้องไห้ ความรู้สึกผิดบาปทั้งหลายเอ่อล้น เสียงหัวเราะทั้งห้องเงียบลง ทุกคนหันมามองนาโอกิด้วยสายตาเย็นชา หากแต่คำพูดที่ออกมาจากปากมิราอิคือ

"นาโอกิ นายก็จะไปด้วยใช่ไหม"
 
 
ที่อยากให้ดูในตอนท้ายคือศิลปะของการทำโปสเตอร์หนัง ภาพของทุกคนแม้อยู่ในห้องเดียวกัน แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำของภาพ ไม่ประสานกันซะทีเดียว สะท้อนให้เห็นว่าแต่ละคนก็มีมุมของตัวเอง หากแต่เมื่อมาอยู่ในอพาร์ตเมนท์ห้องนี้แล้ว ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน

 
ระดับความประทับใจ :: A++
 
 
ที่บอกไว้ล่วงหน้าว่าจะกลับมารีวิวหนัง แต่อีป้าก็หายไปเป็นเดือน ฮ่าๆ ไม่รู้เพื่อนๆไปดูแฮร์รี่กันมารึยัง ก็โอนะภาคนี้ มีครบทุกรสชาติดี แต่โดยส่วนตัวเราก็ดูแบบไม่คิดมากอยู่แล้ว ทำห่วยแค่ไหนก็ดูอยู่ดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ งดวิจารณ์ แค่อยากครวญหน่อยๆว่า มัลฟอยคะ คุณหน้าเหียกมากมายอ่า นึกภาพตอนเด็กที่สุดแสนจะน่ารักแล้วรับไม่ได้ ส่วนแฮร์รี่พอถอดแว่นแล้วก็ใช้ได้อยู่นะ ถึงจะยังหน้าเหลี่ยมอยู่ก็ตาม  ถึงกระนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็ยังสวยเช้งอยู่วันยันค่ำ และเราก็ยังชอบหนูน้อยลูน่า เลิฟกู้ดอยู่ดี แม้เธอจะออกมาเพียงสองฉาก ^^
 

xDaleneze View my profile

Recommend